ความหมายของโครงสร้างพื้นฐานและการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต
ถึงแม้ในปัจจุบันพื้นที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อินเทอร์เน็ตก็ยังเป็นเครือข่ายสาธารณะที่ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของ หน่วยงานทั้งของรัฐและเอกชนมีหน้าที่ในการดูแล และจัดการจราจรข้อมูลบนอินเทอรืเน้ตในเฉพาะเครือข่ายที่รับผิดชอบ
การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้ที่เป็นคนทำงาน นักเรียน หรือนักศึกษา มักจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายของหน่วยงาน โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ซึ้งเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน้ตความเร็วสูง ขณะที่ผู้ใช้ทั่วไปอาจใช้วิธีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยใช้โมเด็มผ่านสายโทรศัพท์ซึ่งเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำ หรืออาจเชื่อมต่อผ่านบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต (broadband Internet connection) เช่น เอดีเอสแอล (Asymmetric Digital Subscriber Line: ADSL) เคเบิลโมเด็มที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายเคเบิลทีวี หรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย เช่น ไวไฟ หรืออินเทอรืเน็ตผ่านดาวเทียม
สถานที่สาธารณะหลายแห่ง เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย สนามบิน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม มักจะมีบริการอินเทอรืเน็ตทั้งแบบมีสายและไร้สาย เพื่อให้ผู้ใช้อุปกรณ์แบบพกพาสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไดโดยสะดวก ดังรูป
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือไอเอสพี (Internet Service Provider: ISP) ให้บริการการเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตสำหรับผู้ใช้ โดยอาจคิดค่าบริการเป็นรายเดือน บริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย เช่น ทีโอที ซีเอส ล็อกซ์อินโฟ กสท ฆทรคมนาคม ทีทีแอนด์ที และสามารถเทลคอม นอกจากนี้ไอเอสพียังให้บริการเสริมอื่นๆ เช่น อีเมล เว็บเพจ พื้นที่จัดเก็บข้อมูลหรือโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ตัวอย่างการเข้าสู่บริการอินเทอร์เน็ตโดยผ่านผู้ให้บริการ
สถานที่สาธารณะหลายแห่ง เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย สนามบิน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม มักจะมีบริการอินเทอรืเน็ตทั้งแบบมีสายและไร้สาย เพื่อให้ผู้ใช้อุปกรณ์แบบพกพาสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไดโดยสะดวก ดังรูป
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือไอเอสพี (Internet Service Provider: ISP) ให้บริการการเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตสำหรับผู้ใช้ โดยอาจคิดค่าบริการเป็นรายเดือน บริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย เช่น ทีโอที ซีเอส ล็อกซ์อินโฟ กสท ฆทรคมนาคม ทีทีแอนด์ที และสามารถเทลคอม นอกจากนี้ไอเอสพียังให้บริการเสริมอื่นๆ เช่น อีเมล เว็บเพจ พื้นที่จัดเก็บข้อมูลหรือโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ตัวอย่างการเข้าสู่บริการอินเทอร์เน็ตโดยผ่านผู้ให้บริการ
ความหมายของเวิลด์ไวด์เว็บ เว็บเบราว์เซอร์
เวิลด์ไวด์เว็บ นิยมเรียกสั้นๆ ว่าเว็บ หรือ WWW ถือเป็นส่วนที่น่าสนใจที่สุดบนอินเทอร์เน็ตเพราะ
สามารถแสดงสารสนเทศต่างๆ ได้หลากหลาย เช่น นิตยสารหรือหนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ข้อมูลด้านดนตรีกีฬา การศึกษา ซึ่งสามารถนำเสนอได้ทั้งภาพ เสียง รวมถึงภาพเคลื่อนไหว เช่นแฟ้มภาพวีดิทัศน์หรือตัวอย่างภาพยนตร์ และการสืบค้นสารสนเทศในเวิลด์ไวด์เว็บนั้นจำเป็นต้องอาศัยโปรแกรมค้นดูเว็บ (web browser)ในการเข้าถึงแหล่งข้อมูล โดยที่เว็บกับโปรแกรมค้นผ่านจะทำหน้าที่รวบรวมและกระจายเอกสารที่เครือข่ายที่ทำไว้
เกตส์ (Gates, 1995) ได้กล่าวถึงเว็บไว้ว่า นอกเหนือจากการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการแลกเปลี่ยนเอกสารกันแล้ว อินเทอร์เน็ตยังสนับสนุนสืบค้นข้อมูล อันเป็นโปรแกรมการใช้งานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแบบหนึ่งนั่นคือเวิลด์ไวด์เว็บ ซึ่งหมายถึงเครื่องบริการเว็บที่ต่อเชื่อมเข้ากับอินเทอร์เน็ตโดยมีข่าวสารเป็นภาพกราฟิก เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องบริการเว็บประเภทนั้น จอภาพจะปรากฏข่าวสารพร้อมด้วยการเชื่อมโยง เมื่อเลื่อนเมาส์ไปคลิกที่จุดเชื่อมโยงใดๆ ก็จะเป็นการเปิดไปสู่อีกหน้าหนึ่งที่มีข่าวสารเพิ่มเติมพร้อมทั้งการเชื่อมโยงจุดใหม่อื่นๆ ซึ่งข่าวสารหน้าใหม่นี้อาจจะอยู่ในเครื่องบริการเว็บเดียวกันหรืออาจเป็นเครื่องบริการเว็บอื่นๆ ในอินเทอร์เน็ต
กิดานันท์ มลิทอง (2540) ได้กล่าวถึงเวิลด์ไวด์เว็บว่า เป็นบริการสืบค้นสารสนเทศที่อยู่ในอินเทอร์เน็ตในระบบข้อความหลายมิติ (hypertext) โดยคลิกที่จุดเชื่อมโยง เพื่อเสนอหน้าเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องสารสนเทศที่นำเสนอจะมีรูปแบบทั้งในลักษณะของตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียง การเข้าสู่ระบบเว็บจะต้องใช้โปรแกรมทำงานซึ่งโปรแกรมที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน ได้แก่ เน็ตสเคป นาวิเกเตอร์ (Netscape Navigator), อินเทอร์เน็ต เอ็กซพลอเรอร์ (Internet Explorer) มอเซอิก (Mosaic) โปรแกรมเหล่านี้ช่วยให้การใช้เว็บในอินเทอร์เน็ตเป็นไปอย่างสะดวกยิ่งขึ้น
เว็บไซต์ เว็บเพจและโฮมเพจ ถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของเว็บ เนื่องจากเมื่อเข้าไปในเว็บแล้ว
สารสนเทศหรือข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการสืบค้นก็คือหน้าของเอกสารที่ปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งรายละเอียดของแต่ละส่วนมีดังนี้
ปิยวิท เจนกิจจาไพบูลย์ (2540) ได้กล่าวว่า เว็บไซต์ ถูกเรียกเป็นตำแหน่งที่อยู่ของผู้ที่มีเว็บเพจเป็นของตัวเองบนระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งได้จากการลงทะเบียนกับผู้ให้บริการเช่าพื้นที่บนระบบอินเทอร์เน็ต เมื่อลงทะเบียนในชื่อที่ต้องการแล้ว ก็สามารถจัดทำเว็บเพจและส่งให้ศูนย์บริการนำขึ้นไปไว้บนอินเทอร์เน็ตซึ่งถือว่ามีเว็บไซต์เป็นของตนเองแล้ว และเว็บไซต์ก็คือแหล่งที่รวบรวมเว็บเพจจำนวนมากมายหลายหน้าในเรื่องเดียวกันมารวมอยู่ด้วยกัน แต่สิ่งหนึ่งในการเสนอเรื่องราวที่อยู่บนเว็บไซต์ที่แตกต่างไปจากโปรแกรมโทรทัศน์ เนื้อหาในนิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ เนื่องจากการทำงานบนเว็บจะไม่มีวันสิ้นสุด ทั้งนี้เนื่องจากเราสามารถเปลี่ยนแปลงและเพิ่มสารสนเทศบนเว็บไซต์ได้ตลอดเวลา และแต่ละเว็บเพจจะมีการเชื่อมโยงกันภายในเว็บไซต์หรือไปยังเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถอ่านได้ในเวลาอันรวดเร็ว (กิดานันท์ มลิทอง,2542)
นิรุธ อำนวยศิลป์ (2542) กล่าวถึงเว็บไซต์ว่า เป็นชื่อเรียก Host หรือ Server ที่ได้จดทะเบียนอยู่ใน
เวิลด์ไวด์เว็บ ซึ่งก็คือชื่อชื่อ Host ที่ถูกกำหนดให้มีชื่อในเวิลด์ไวด์เว็บ และขึ้นต้นด้วย http และมีโดเมน
หรือนามสกุลเป็น .com, .net, .org หรืออื่นๆ
เว็บเพจ (Web page) สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (2540) ได้ให้ความหมายของเว็บเพจไว้ดังนี้ เว็บเพจ คือหน้าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์บนเว็บ ที่เจ้าของเว็บเพจ ต้องการจะใส่ลงไปในหน้าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์นั้น เช่น ข้อมูลแนะนำตัวเองซึ่งอาจเป็นบุคคลหรือองค์กรที่ต้องการให้ผู้อื่นได้ทราบ หรือข้อมูลที่น่าสนใจ เป็นต้น โดยที่ข้อมูลที่แสดงเป็นได้ทั้งข้อความ เสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวและข้อมูลที่นำเสนอสามารถเชื่อมโยงในรูปของไฮเพอร์เท็กซ์ คือ เชื่อมโยงไปยังเว็บเพจอื่นที่จะให้ข้อมูลนั้นๆ ในระดับลึกลงไปได้เรื่อยๆและเว็บเพจจะต้องมีที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์บนเครือข่ายเฉพาะของตน ซึ่งแหล่งที่อยู่นี้เรียกว่า URL (Uniform Resource Locator)
เว็บบราวเซอร์ ( Web Browser) เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการเปิดดูข้อมูลต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งข้อมูลในเว็บเพจ เขียนด้วยภาษา HTML ทำหน้าที่ในการแสดงผลของข้อมูลเอกสาร เนื่องจากคุณสมบัติของโปรแกรมเว็บบราวเซอร์สามารถที่จะอ่านข้อมูลที่ เป็นภาพ 2 มิติ 3 มิติ แสดงภาพเคลื่อนไหว ข้อมูลเสียงและวีดีโอได้ สนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบต่างๆ การจัดหมวดหมู่ข้อมูลของเว็บไซต์ การแสดงผลข้อมูลผ่านทางเครื่องพิมพ์ เป็นต้น
วิธีการอ้างอิงที่อยู่เว็บและวิธีการค้นหาผ่านเว็บ
การอ้างอิงเอกสาร
เท่าที่ค้นหาข้อมูลมาจะมีการอ้างอิงทั้งแบบไทย กับแบบสากล (อังกฤษ)แบบไทย (อันนี้เอามาจากหนังสือเรียนน่ะ) ปัจจุบันมีการนำเนื้อหาจากเว็บไซต์ โดยเฉพาะจากไทยวิกิพีเดีย หรือเว็บที่มีลักษณะเดียวกันไปใช้อ้างอิงจำนวนมาก ความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม รวมทั้งปริมาณการอ้างอิง คงต้องให้ทางครู อาจารย์ผู้สอนเป็นผู้กำหนดเงื่อนไข กติการการใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์เพื่อการอ้างอิงผลงาน แต่ประเด็นหนึ่งที่วิทย์ในเว็บให้ความสำคัญและกระทำได้คือ ผู้ที่ประสงค์นำเนื้อหาวิทย์ในเว็บหรือไทยวิกิพีเดีย หรืออื่นๆ ในลักษณะเดียวกันนี้ไปใช้ ควรทราบถึงปัญหาการเ้ข้ารหัสภาษาไทยที่ผิดพลาดจากการคัดลอก URL ของเนื้อหา เช่น เมื่อนำเนื้อหาจากหน้า “ประเทศไทย” ของไทยวิกิพีเดียไปอ้างอิงในเอกสารที่สร้างด้วย Word Processor และคัดลอก URL กำกับ มักจะปรากฏผลเป็น
ผู้แต่ง. ปีที่สืบค้น. ชื่อเรื่อง. (ออนไลน์). แหล่งที่มา : ชื่อ URL. วัน เดือน ปี ที่สืบค้น.
EX. พัชรา แสงศรี. ๒๕๔๗. จังหวัดเชียงใหม่. (ออนไลน์). แหล่งที่มา :http://travel.mweb.co.th/north/Chiangmai/index.html. ๑๒ มกราคม ๒๕๔๗
แบบสากล
ชื่อผู้นิพนธ์. ชื่อเรื่อง. ปีที่พิมพ์;.[screens (หน้า)]
[cited (ปี เดือน(ย่อ) วันที่เข้าถึง)] Available from(เข้าถึงได้ที่) : URL : ชื่อ URL.
EX. Cancer-Pain.org [homepage on the Internet].New York: Association of Cancer Online Resources, Inc.; c2000-01
[cited 2008 Oct 3]. Available from: http://www.cancer-pain.org/
ชื่อผู้แต่ง คือชื่อผู้เขียนเรื่องนั้น เรียงตามลำดับตัวอักษร
ชื่อเรื่อง คือชื่อเรื่อง หัวข้อที่แสดง แบบไทยทำตัวเอียงด้วยนะ
แหล่งที่มา URL คือ URL หรือ IP ADDRESS ทั้งหมดในช่อง ADDRESS (เว็บไซต์นั้นแหละ) จะยกมาเฉพาะชื่อ web site ไม่ได้ แบบไทย อย่าลืมใส่ (ออนไลน์). ด้วย
ปีที่พิมพ์ ต้องกำหนดปีที่พิมพ์ หรือปีที่ข้อมูล ข้อความ ใน webpage นั้น update ซึ่งหาได้จาก Home Page ของ website นั้น ปีที่พิมพ์นี้ (เช่น วันที่เขียนเอนทรี่นี้) ไม่ใช่ปีที่เราพบข้อความทาง Internet
วันเดือนปีที่สืบค้น เพราะว่าบางทีมันค่องข้างละล่มบ่อย ให้ใส่วันที่เวลาค้นเจอเว็บด้วย เพื่อว่าจะได้มีเวลาเป็นหลักฐาน เจอเมื่อไหร่
การสืบค้นข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์
EX. Cancer-Pain.org [homepage on the Internet].New York: Association of Cancer Online Resources, Inc.; c2000-01
[cited 2008 Oct 3]. Available from: http://www.cancer-pain.org/
ชื่อผู้แต่ง คือชื่อผู้เขียนเรื่องนั้น เรียงตามลำดับตัวอักษร
ชื่อเรื่อง คือชื่อเรื่อง หัวข้อที่แสดง แบบไทยทำตัวเอียงด้วยนะ
แหล่งที่มา URL คือ URL หรือ IP ADDRESS ทั้งหมดในช่อง ADDRESS (เว็บไซต์นั้นแหละ) จะยกมาเฉพาะชื่อ web site ไม่ได้ แบบไทย อย่าลืมใส่ (ออนไลน์). ด้วย
ปีที่พิมพ์ ต้องกำหนดปีที่พิมพ์ หรือปีที่ข้อมูล ข้อความ ใน webpage นั้น update ซึ่งหาได้จาก Home Page ของ website นั้น ปีที่พิมพ์นี้ (เช่น วันที่เขียนเอนทรี่นี้) ไม่ใช่ปีที่เราพบข้อความทาง Internet
วันเดือนปีที่สืบค้น เพราะว่าบางทีมันค่องข้างละล่มบ่อย ให้ใส่วันที่เวลาค้นเจอเว็บด้วย เพื่อว่าจะได้มีเวลาเป็นหลักฐาน เจอเมื่อไหร่
การสืบค้นข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์
การสืบค้นข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์นั้น มีมากมายหลายประเภท ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่เราจะสืบค้น ซึ่งเราจะสามารถยกตัวอย่างได้ดังต่อไปนี้
1.การสืบค้นบทความ
หากเราต้องการหาข้อมูลที่เป็นบทความ เว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย เห็นจะเป็นเว็บไซต์ google ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เหมือนห้องสมุด หรือบางทีอาจจะมากกว่าห้องสมุดด้วยซ้ำ ซึ่งสามารถทำได้โดยการ พิมพ์สิ่งที่เราต้องการค้นหาลงไปในช่อง search ของทางเว็บไซต์ แล้วเว็บไซต์ทีเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราตอ้งการค้นคว้านั้น ก็จะมีมาให้เราเลือกมากมายเต็มไปหมด แม้ว่าในเมืองไทย เว็บไซต์ google อาจจะได้รับความนิยมมากที่สุด แต่ในต่างประเทศแล้ว ยังมีอีกเว็บไซตืที่มีลักษณะเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น yahoo , bing ก็เป็นลักษณะ web search เช่นเดียวกัน เราเรียกว่า website ในลักษณะนี้ว่า web search engine
2. การสืบค้น video ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
2. การสืบค้น video ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
วีธีการค้นหาไฟล์วีดีโอเหล่านั้น ต้องเริ่มต้นจากการเข้าเว็บไซต์ youtube เสียก่อน แล้วมุมบนดานซ้ายของหน้าเว็บ จะมีช่องว่างให้ใส่สิ่งที่ต้องการค้นหาลงไป หลังจากกด search แล้ว วีดีโอที่สอดคล้องกับข้อความที่ท่าน search ก็จะปรากฏขึ้น และสามารถนำมาเป็นสื่อการเรียนการสอนได้ อีกแง่มุมนึ่งที่น่าสนใจ แต่ข้อจำกัดของการใช้วีดีผ่านทางเว็บไซต์นั้น มีเพียงข้อเดียว คือต้องมีอินเตอร์เน็ต หากไม่มีอินเตอร์เน็ต วีดีโอเหล่านี้ก็จะไม่สามารถอัพโหลดขึ้นมาได้
แต่ก็ไม่ใช่เพียงเว็บไซตื youtube เท่านั้นที่ได้รับความนิยม ยังมีเว็บไซต์ที่คอยแชร์ผลงานวีดีโอ ที่เกี่ยวข้อกับงานศิลปะโดยเฉพาะ อย่างเว็บไซต์ vimeo ที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ด้วย
3.การสืบค้นความหมายของคำศัพท์ต่างประเทศ (ผ่านทางอินเตอร์เน็ต)
มีเว็บไซต์หลายเว็บไซต์ในปัจจุบัน ที่ทำหน้าทีเป็นเหมือน พจนานุกรม หรือ dictionary online เพื่อยคอยอำนวยความสะดวกให้แก่เรา ได้ค้นหาความหมายของศัพท์ที่เราไม่รู้จัก ไม่ใช่เพียงแต่ถาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ยังมีทั้งภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน และอื่นๆอีกมากมาย เช่นเว็บไซต์ http://dict.longdo.com/ แต่หากเราอยากเลือกหลายเว็บไซต์เพื่อผ่านเป็นตัวเลือก เราสามารถค้นหาเว็บไซต์ผ่านทางเว็บ google ก็ได้ โดยการพิมพ์คำว่า dictionary พร้อมภาษาที่ท่านต้องการ เพียงเท่านี้ ท่านก็จะสามารถหาเว็บไซต์ทีเกี่ยวข้อกับการหาคำศัพท์เหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย
4.การสืบค้นรูปภาพ
google นอกจากจะสนับสนุนการหาเว็บไซต์ต่างๆแล้ว ยังสนับสนุนการหารูปภาพด้วย โดย google จะมีหัวข้อเฉาะสำหรับการหารูปภาพ ซึ่งอยู่ทางบนซ้าย ว่า picture หรือรูปภาพ ให้เราพิมพ์หัวรูปที่เราต้องการจะหาลงไปในช่อง search แล้วคลิกคำว่ารูปภาพ ภาพที่คุณต้องการหาก็จะขึ้นมาให้เลือกมากมาย พร้อมกับแหล่งที่มาของเว็บไซต์เหล่านั้น
3.การสืบค้นความหมายของคำศัพท์ต่างประเทศ (ผ่านทางอินเตอร์เน็ต)
มีเว็บไซต์หลายเว็บไซต์ในปัจจุบัน ที่ทำหน้าทีเป็นเหมือน พจนานุกรม หรือ dictionary online เพื่อยคอยอำนวยความสะดวกให้แก่เรา ได้ค้นหาความหมายของศัพท์ที่เราไม่รู้จัก ไม่ใช่เพียงแต่ถาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ยังมีทั้งภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน และอื่นๆอีกมากมาย เช่นเว็บไซต์ http://dict.longdo.com/ แต่หากเราอยากเลือกหลายเว็บไซต์เพื่อผ่านเป็นตัวเลือก เราสามารถค้นหาเว็บไซต์ผ่านทางเว็บ google ก็ได้ โดยการพิมพ์คำว่า dictionary พร้อมภาษาที่ท่านต้องการ เพียงเท่านี้ ท่านก็จะสามารถหาเว็บไซต์ทีเกี่ยวข้อกับการหาคำศัพท์เหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย
4.การสืบค้นรูปภาพ
google นอกจากจะสนับสนุนการหาเว็บไซต์ต่างๆแล้ว ยังสนับสนุนการหารูปภาพด้วย โดย google จะมีหัวข้อเฉาะสำหรับการหารูปภาพ ซึ่งอยู่ทางบนซ้าย ว่า picture หรือรูปภาพ ให้เราพิมพ์หัวรูปที่เราต้องการจะหาลงไปในช่อง search แล้วคลิกคำว่ารูปภาพ ภาพที่คุณต้องการหาก็จะขึ้นมาให้เลือกมากมาย พร้อมกับแหล่งที่มาของเว็บไซต์เหล่านั้น
เว็บบอร์ดนั้น เป็นลักษณะเว็บของการตั้งกระทู้เพื่อแสดงความคิดเห็น หากเราต้องการจะค้นคว้าหาข้อมูลใดๆใน web search engine ไม่เจอ เราก็สามารถไปตั้งกระทู้ที่ผ่านทางเว็บบอร์ดเพื่อสอบถามความคิดเห็นกับเพื่อนๆในอินเตอร์เน็ตได้ หากผู้ผ่านเข้ามาอ่านกระทู้นั้น สามารถช่วยเหลือและตอบคุณได้ เขาก็จะตอบ และแสดงความคิดเห็นลงไป การค้นคว้าหาข้อมูลแบบนี้ เราจำเป็นต้องคัดเลือก และใช้วิจารณญาณ เพราะคนที่มาตอบนั้น ต่างมีความคิดเห็นไม่เมหือนกัน มีทั้งถุกต้องและไม่ถูก เป็นเหมือนการสื่อสารกับเพื่อนในกลุ่ม ดังนั้น เราควรจะชั่งน้ำหนักความคิดเห็นเหล่านั้นเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เราต้องการค้นหาได้ถูกต้องที่สุด
ซึ่งเว็บไซต์ที่เป็นลักษณะเว็บบอร์ดที่ไดรับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทยคงจะเป็นเว็บไซต์ pantip ที่ทางเว็บจะแบ่งหัวข้อการแสดงความคิดเห็นไว้อย่างชัดเจน มีตั้งแต่เรือ่งบันเทิง ไปจนถึงเรื่องพระเครื่อง สามาถเข้าไปถามหรือแสดงความคิดเห็นได้ตามหัวข้อที่เราต้องการได้
ลักษณะของโปรแกรมที่ไม่พึ่งประสงค์
โปรแกรมไม่พึงประสงค์ เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เขียนขึ้นเพื่อสร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้งาน โดยอาศัยการเจาะผ่านช่องโหว่ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรืออินเทอร์เน็ตที่ไม่มีการป้องกันที่ดีพอ เข้าไปกีดขวางการทำงานของระบบปฏิบัติการของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ช้าลง และอาจร้ายแรงถึงขั้นทำลายระบบคอมพิวเตอร์ให้เสียหายทั้งระบบได้ !!
ไวรัส เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เขียนขึ้นเพื่อสร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้งานและอาจร้ายแรงถึงขั้นทำลายระบบคอมพิวเตอร์ให้เสียหายทั้งระบบ โดยจะทำการแนบโปรแกรมแปลกปลอมเข้าไปกับโปรแกรมอื่นๆ ได้ โดยผ่านสื่อบันทึกข้อมูล
เวิร์ม เป็นโปรแกรมแปลกปลอมที่สามารถคัดลอกตัวเองแล้วส่งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆได้ทันที โดยอาศัยการเจาะผ่านช่องโหว่ของเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ หรืออินเทอร์เน็ตที่ไม่มีการป้องกันที่ดีพอ โดยจะเข้าไปกีดขวางการทำงานของระบบปฏิบัติการของเครื่องคอมพิวเตอร์ช้าลง
แอดเเวร์ เป็นโปรแกรมแอบแฝงที่เมื่อโปรแกรมได้รับการดาวน์โหลดหรือมีการติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว จะแสดงหน้าต่างป๊อปอัพ ที่มีการโฆษาสินค้าออกมาเป็นระยะๆ โดยอัตโนมัติ
ม้าโทรจัน เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกบรรจุเข้าไปในคอมพิวเตอร์เพื่อลอบเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น เช่น ข้อมูลชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน เลขที่บัญชีธนาคาร หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่แฮกเกอร์จะส่งโปรแกรมเข้าไปในคอมพิวเตอร์เพื่อดักจับข้อมูลดังกล่าว แล้วนำไปใช้ในการเจาะระบบ และเพื่อโจมตีคอมพิวเตอร์, เซิร์ฟเวอร์, หรือระบบเครือค่ายอีกที ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อการโจมตีเพื่อ “ปฏิเสธการให้บริการ” (Denial of Services)
โปรแกรมม้าโทรจัน ถือเป็นโปรแกรมที่สอดคล้องกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ ไม่มีคำสั่งหรือการปฏิบัติการที่เป็นอันตรายต่อตัวคอมพิวเตอร์ จึงไม่ถือว่าเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์
ขอบคุณ
https://sites.google.comhttp://www.jobpub.com
http://www.pantip.com
http://cstproject.exteen.com
http://www.thaigoodview.com



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น